ถึงคนกรุงที่หนีน้ำมา..

posted on 06 Nov 2011 12:31 by chavarina in Absurde
 
 
 
 
 
 
ฉันสาบานว่าคราวที่แล้วได้ลงมือเขียนบบอร์ดยาวเหยียด
เนื่องในโอกาสพิเศษอย่างหนึ่ง
 
หากแต่.. พอกด publish แล้วล็อคอินดันหลุด
อิหรอบเดิมเลย ล็อคอินเข้าไปแล้ว ที่เขียนไว้ยาวๆเมื่อกี้หายเกลี้ยง..
 
และเกิดเพลงนี้ขึ้นมา..
 
 
Exteen ทำให้ฉันเสียใจ
Exteen ทำให้ฉันร้อนรน
ทำให้ฉันทุกระทมงมงาย
Exteen ทำให้ฉันร้องไห้
Exteen ทำบล็อคฉันพังทลาย
ทำให้ความพยายามของฉันมันตาย จากใจ..
 
(ทำนองและดัดแปลงเนื้อร้องจาก 'เธอทำให้ฉันเสียใจ' วง Cocktail)
 
55555+ ตอนนั้นก็ช็อคอยู่ แต่ตอนนี้ก็ช่างมันเถอะ ! : D
ฉันโง่เองด้วย ลืมกดเซฟเฉย ทั้งที่ปกติก็เซฟประจำ ดวงมันจะหายมันก็หายละนา 555
 
 
.
.
.
.
.

 
 
มาเข้าเรื่องดีกว่า
ช่วงนี้น้ำท่วมหนัก ประเทศไทยชุ่มน้ำ
 
และเมืองหลวงของประเทศไทยอยู่ในภาวะที่ชุลมุนวุ่นวายหนัก
 
 
เรื่องที่อยากจะพูดถึงในวันนี้น่ะ คือพฤติกรรมของคนบางกลุ่มที่อพยพหนีน้ำขึ้นมา
ฉันเคยเขียนเอนทรี่เกี่ยวกับสังคมกรุงเทพฯที่ฉันไปเจอมาในเอนทรี่หนึ่ง
นั้นคือมุมมองหนึ่งของฉัน
 
 
และ แน่นอน คนกรุงเทพฯไม่ได้เป็นแบบนั้นทุกคนหรอก
 
 
ช่วงนี้ จังหวัดเชียงใหม่เต็มไปด้วยรถที่มีป้ายทะเบียนมาจากต่างจังหวัดมากมาย
ดูครึกครื้นทีเดียว ถึงรถจะติดมากขึ้นก็เถอะ
และแน่นอน ตามสถานที่ต่างๆ ผู้คนก็มากขึ้นเช่นกัน
 
ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง จากการเดินทางไม่ถึง 15 นาที
ในตอนนี้ต้องใช้เวลามากกว่าครึ่งชั่วโมง
 
.
.
 
 
ณ ที่แห่งนั้น ผู้คนเดินชนกันสนุกสนาน
แต่ฉันไม่รู้สึกสนุกแฮะ
อารมณ์ของพวกเขาประมาณว่า
 
'ฉันจะเดินของฉันแบบนี้ จะชนก็ชนไป ฉันไม่หลีก ฉันไม่แคร์'
 
แล้วฉันก็ถูกชนเรื่อยๆ แต่คราวนี้ไม่คิดที่จะขอโทษแล้วล่ะ
เพราะขอโทษไปมันก็ไม่มีความหมายอยู่ดี
 
 
 
.
.

 
 
 
วัยรุ่นกลุ่มหนึ่งแต่งตัวเป๊ะ หิ้วของในถุงแบรนด์มาพะรุงพะรัง
แต่กลับโยนของพวกนั้นลงบนโต๊ะใกล้กับเก้าอี้ที่มีแม่กับลูกสาวนั่งอยู่
 
ใช่ มันเกือบจะโดนหัวพวกเขา'
แต่ก็ไร้ซึ่งคำขอโทษกลับมา
พวกเขาไม่แม้แต่จะใส่ใจว่าทำกริยามารยาทอะไรลงไป
 
 
 
 
.
.
 
 
 
 
 
ในลิฟต์ตัวหนึ่ง
บทสนทนาเสียงดังที่ได้ยินกันทั่ว
ระหว่างคุณพ่อกับลูกสาวซึ่งหน้าตาดีและแต่งตัวจัดจ้าน
ในมือเธอกดบีบีอยู่ตลอดเวลา
 
"พ่อขา จุฬาฯเลื่อนเปิดเทอมอ่ะ ทำไงดี อยากไปเรียนแล้ว"
"งั้นเราคงต้องอยู่เชียงใหม่อีกสักพักแล้วล่ะ"
"ก็อยากไปเรียนแล้วอ่ะ"
 
 
..
 
 
 
.
.
 
 
 
 
นี่ มันคืออะไรกัน?
 
 
.
.
.
.
.
 
 
 
ความเหลื่อมล้ำทางฐานะที่มากเกินไปของสังคมไทย?
 
 
 
 
 
 
 
 
 
.
.
.
.
.
 
 
เพื่อนของฉันคนหนึ่งไปญี่ปุ่นช่วงที่น้ำท่วมทางภาคใต้ของไทยเมื่อต้นปี
ใจกลางเมืองใหญ่ของญี่ปุ่น มีจอทีวีขนาดยักษ์ ฉายข่าวน้ำท่วมในเมืองไทย
 
เพื่อนชาวญี่ปุ่นเรียกให้เพื่อนของฉันไปดูข่าวของประเทศตัวเอง
 
ภาพที่ฉายในขณะนั้น เป็นภาพหญิงชรากำลังนั่งยกมือขออาหารกลางน้ำ
ชาวญี่ปุ่นที่ยืนดูต่างเปล่งเสียงร้องด้วยความเห็นอกเห็นใจ
จากนั้นภาพก็ตัดไปยังเมืองหลวงของไทยที่มีคนเดินช็อปปิ้งกันขวักไขว่ในห้างฯหรู
 
เพื่อนของฉันซึ่งยังฟังภาษาญี่ปุ่นไม่รู้เรื่อง ไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่ข่าวนำเสนอ
จนเพื่อนชาวญี่ปุ่นถามว่า
 
"ประเทศไทยเป็นแบบนี้อย่างนั้นเหรอ?"
 
 
ในข่าวนั้นนำเสนอทำนองว่า
ประเทศไทยมีคนอยู่สองประเภทในเวลานั้น
 
คนที่กำลังตกทุกข์ได้ยากรอความช่วยเหลือ
กับคนที่ยังคงใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในเมืองหลวง
 
 
 
.
.
.
.
.
.
.
 
 
 
อย่างไรก็ตาม เพื่อนของฉันทำการกู้หน้าประเทศชาติไปด้วยการตอบว่า
 
"มันไม่ใช่อย่างนั้นทั้งหมดนะ คนไทยส่วนใหญ่น่ะช่วยเหลือกัน ไม่ทิ้งกันหรอก"
 
 
.
.
.
.
.
.
.
 
 
 
 
 
แอบดราม่าไหม?
 
หลายคนอ่านแล้วอาจจะคิดว่า ฉันเขียนอคติเกินไปก็ได้
แต่ก็อย่างที่บอกไปว่า ฉันเขียนตามมุมมองและความรู้สึกของฉัน
 
ตามความรู้สึก เวลาที่เห็นคนต่างชาติมองเมืองไทยในแง่ลบ
ตามความรู้สึก เวลาที่เห็นคนไทยหลงในค่านิยมต่างๆจนหลงลืมอะไรหลายๆอย่าง
 
 
และฉันคิดว่า ฉันคงจะอคติกับสังคมในเมืองหลวงของไทยจริงๆล่ะมั้ง
ไม่ว่ายังไงก็รู้สึกว่า 'มันไม่เหมือนกัน' ทั้งที่เป็นคนไทยเหมือนกันแท้ๆ
 
 
ตอนนี้พวกคุณหนีมาพึ่ง พวกเราก็เต็มใจให้พึ่ง ยังไงพวกเราก็คือคนไทย
แต่ถ้ามาแล้วยังนำสังคมแบบที่คุณคุ้นเคยมาใช้
 
ยังพยายามจะแบ่งแยกว่าพวกคุณวิเศษกว่าคนอื่น
ยิ่งบั่นทอนความเห็นอกเห็นใจต่อเพื่อนร่วมชาติลงไปเยอะมากจริงๆ
มีคนไทยอีกมากที่พวกเขาไม่สามารถอพยพหนีขึ้นมาสุขสบายที่นี่ได้
 
เพราะไม่มีปัจจัยเอื้ออำนวยอันจะทำให้เขามี 'โอกาส' ใช้ชีวิตสบายๆแบบนี้
 
แบบที่พวกคุณทำกันอยู่
 
 
 
.
.
.
.
.
.
.
 
 
 
 
*ขอย้ำอีกครั้งนะว่าไม่ใช่ทุกคน*
และฉันอาจจะแค่โชคร้ายที่ยังไม่เจออะไรที่ดีๆและน่าประทับใจจากบรรดาผู้อพยพ
 
เอาเป็นว่า ยังไงฉันเองก็จะพยายามทำใจให้ชินด้วย
เพราะต่อจากนี้ คนคงจะย้ายมาปักหลักตั้งถิ่นฐานที่เชียงใหม่กันมากขึ้นแน่นอน
 
อย่างไรก็ตาม คนเชียงใหม่ไม่แล้งน้ำใจหรอก : )
 
ท้ายที่สุดนี้หวังให้ทุกอย่างกลับสู่สภาพปกติโดยไว
ประเทศไทยบอบช้ำหนักจริงๆ
 
ใกล้ลอยกระทงแล้วด้วย
มาลอยกระทงปล่อยโคม ลอยเคราะห์ลอยโศกกันดีกว่า.
 
 
เป็นกำลังใจให้คนที่ประสบอุทกภัยทุกท่านนะคะ
 
 
 
 
 
 
 
 
.
 

Comment

Comment:

Tweet

อืมม....
ไม่รู้จะพูดยังไงอ่ะ เพราะเป็นคนกรุงเทพเหมือนกัน และสิ่งที่อ่านในเอนทรี่นี้ก็คงจะจริงอยู่เหมือนกัน..



แต่อยากให้ลองเอาสัดส่วนของคนพวกนั้นมาเทียบกับคนดีๆที่เหลืออยู่นะ เราว่าอย่างหลังมากกว่าแน่ๆ เธออาจจะแค่โชคร้ายที่ยังไม่เคยเจอ

คนกรุงเทพคงไม่ได้แล้งน้ำใจไปซะทีเดียวหรอกมั้ง :'D

#4 By Kanya on 2011-11-16 22:14

คนบางคนที่ไปช็อปน่ะเค้าก็บริจาคหรือไปช่วยเหลือนะ แต่ก็ไม่ลืมที่จะหาความสุขไห้ตัวเอง

แต่คนบางคนก็ไม่สนใจใครนอกจากตัวเอง เพื่อนเราคนนึงเราบอกไ้ห้มันไปช่วยน้ำท่วมจะบริจาคเงินหรืออาสาก็ได้มันก็ไม่สนใจ ตอนนี้บ้านมันท่วมไปแล้วนั่งบ่นทั้งวัน - -*

#3 By yuyu on 2011-11-09 18:30

Hot! ถ้ามีแต่โลกไม่มีประเทศทุกคนอยู่เหมือนกันเป็น

ปกติมันจะเป็นยังไงนะช่างเป็นที่ละเอียดอ่อน :-)

#2 By ▲vill on 2011-11-08 21:47

ก็เขาเคยอยู่สบายนี่คะ
ถึงเวลาจะลำบากก็คงจะทำตัวไม่ถูก
ช่องว่างระหว่างคนกรุงเทพกับต่างจังหวัด
มีอยู่ทุกยุคทุกสมัยอยู่แล้ว
เอาเถอะ
เป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยดีกว่า^^

#1 By KoonPoonk on 2011-11-08 21:41