.
.
.
.
.
.
.
 
 
 
มองบนฟ้า ฉันไม่เห็นดาวเหมือนเคย
 
 
 
 
รถรา ถนน ผู้คน ตึกสูง แสงไฟ
 
องค์ประกอบเหล่านี้ ฉันไม่สามารถมองเห็นดวงดาวได้
 
 
 
 
อยากจะไปที่ไกลๆ ปล่อยให้โลกและเวลาหมุน
 
พอกลับมาอีกครั้ง.. ทุกอย่างอาจจะเป็นเหมือนเดิม
 
 
 
อะไรที่ขาดหายไป อาจจะกลับคืนมาครบ
 
แสงที่ริบหรี่ลงไป อาจจะสว่างขึ้น
 
 
 
 
'รอคอย และรอคอย
 
จนไม่รู้สึกว่ากำลังรอคอย
 
แต่ถ้าหากกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ก็ดี'
 
 
 
 
 
 
 
หลีกหนีผู้คน...
 
 
 
 
 
 
 
 
และ...
 
ในที่ที่แสนห่างไกลนั้น.. ฉันได้พบกับดวงดาว
 
 
 
 
 
@Mae Hae Nai Village  by Ferdinand. 
 
 
 
 
 
 
ดวงดาว มากมาย นับไม่ถ้วน
 
จะอยู่กับฉันในทุกๆคืน
 
ท้องฟ้าไม่ได้เป็นสีดำสนิทเสียหน่อย หากแต่สว่างอยู่ตลอดเวลา
 
 
 
 
'จ้องมองดวงดาวเหล่านั้นที่ไม่ได้ริบหรี่หรือขาดหายเหมือนในเมืองหลวงอันแสนวุ่นวาย'
 
 
.
.
.
.
.
 
 
การละทิ้งสังคมอันเน่าเฟะไปอยู่ในที่แห่งใหม่ เริ่มต้นกับใครก็ตามที่เราไม่เคยรู้จัก
 
การละทิ้งความสะดวกสบายไปอยู่ในที่แห่งใหม่ พัฒนา และฝึกฝนตัวเอง
 
 
 
 
...
 
 
 
'ความสบายใจในความไม่สบายใจ
 
ความร่าเริงในความเครียด
 
แต่คนเราก็ต้องทำวันต่อไปให้ดีขึ้นเรื่อยๆ'
 
 
 
 
 
 
 
 
 
.
 
 
 
 
 
 
 
 
 
'แต่ตอนนี้เหมือนว่าฉันจะเลือกการนอนหลับมากกว่าปั่นงานเสียแล้ว'  - -''
 
 
 
 
 
 
.
.
.
.
.
.
.
.
 
 
 
 
 
ให้ตายสิ!  สารพัดงานรุ้มเร้าจริงๆ

ออกจะเยอะเวอร์เกินไปแล้ว แค่กิจกรรมที่ต้องมีซ้อมการแสดงก็จ่อคิวกันเรียงเป็นอาทิตย์

มันเพื่ออะไรเนี่ยห๊าาาาา
 

ไหนจะสอบมิดเทอม สภานักเรียน อะไรเยอะแยะมากมาย เรียนเนื้อหา ม.6 ก็ยังไม่จบซักนิด
แกทแพทตุลานี้อีก สอบชิงทุน โควตา รับตรง ส่งใบสมัคร เอกสารประกอบสารพัด
 
โอว.. อะไรมันจะเมาหัวได้ขนาดนี้!!!
 
 
= =
 
 
กินแกลบอีกต่างหากช่วงนี้
ถึงจะบอกว่างานเยอะ แต่ตอนเย็นก็ออกไปเที่ยวเตร่แทบทุกวัน (นั่นมันดูเป็นเด็กไม่ดีเลยนะ)
 
ขอโทษที. เที่ยวที่ว่านี่คือช่วงเวลาก่อนเรียนพิเศษทั้งนั้น
แล้วเฉพาะกับไอ้ของกินน่ะ ตัวผลาญเงินดีจริงๆ ให้ตาย
 
สัปดาห์หนึ่งฉันใช้เงินไปกับของกินเกินกว่าจะแถลงได้ มันมากไปหน่อย
 
แต่ถ้าท้องไม่อิ่ม หัวก็ไม่เดินนี่เนาะ T T (นี่มันเอนทรี่แอบบ่นนี่หว่า)
 
 
 
 
 
.....
 
 
ค่อนข้างเบื่อหน่ายน่ะ
 
ในความจริงแล้วฉันก็มีอารมณ์เบื่อหน่ายอยู่ตลอดชีวิตทีเดียว
 
การคิดชื่อเอนทรี่ก็เป็นเรื่องที่น่าเบื่อหน่ายเหมือนกัน! (พาลไปเรื่อยแล้วเฟร้ย)
 
 
 
 
 
เวลาแบบนี้ต้อง 'เพลงแจ๊ส' เท่านั้น = =
ผลงานที่รับฟังอยู่ (หรืออาจจะปิดกันไปแล้ว)
 
"On my mind" จาก Brian Culbertson
 
 
 
.
.
.
.
.
.
.
 
 
 
จู่ๆที่เขียนเรื่องดวงดาว
 
เพราะฉันเจอดงบังชินที่ครบห้าคน จริงๆจังๆ ล่าสุดก็เมื่อ สองปีที่แล้ว

เสียงประสานของทั้งห้าคนที่เข้าสู่โสตประสาท
และพวกเรา แคสสิโอเปีย ชื่อของกลุ่มดาวที่มีห้าดวง นั่งจดจำช่วงเวลาเหล่านั้น

ก่อนที่พวกเขาจะหายไป ปล่อยให้ช่วงเวลาอันแสนยาวนานนั้นว่างเปล่าเสีย
ชื่อเหมือนจะถูกลบเลือนไปเสียดื้อด้วยกระแสใหม่ๆ
 
บางทีถ้ามันกลับมาเป็นเหมือนเดิม
 
 
ทุกอย่าง ทุกอย่างบนโลกนี้
สิ่งที่เราเคยชินกัน อดีตที่น่าจดจำ ถ้ามันคงอยู่ตลอดไป
 
ก็จะเป็นเรื่องที่ดีมากๆ
 
 
...
 
 
 

 
 
แต่มันเป็นไปไม่ได้
 
 
 
 
 
 
 
 
 
บางทีถ้าเกิดว่าทุกอย่างมันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป ก็อาจจะน่าเบื่อหน่ายยิ่งกว่านี้ก็ได้
 
จริงไหม?
 
 
 
 
 
...
 
 
 
 
 
 
THE END
 

Comment

Comment:

Tweet

มีเพียงใจเราที่เคลื่อนไหวopen-mounthed smile open-mounthed smile

#2 By Howl on 2011-06-30 23:35

เพลงกับเนื้อหา พาให้ตัวเบา ๆ ดีจังเลยครับ

#1 By Photo Haiku on 2011-06-30 22:28